วิธีช่วยลดภาวะโลกร้อน

posted on 06 May 2008 10:03 by with-you
วิธีช่วยลดภาวะโลกร้อน

   วิธีแรกง่ายๆเกี่ยวกับคอมฯของเราค่ะแค่ตั้งหน้าจอให้เป็นสีทึบๆเช่น สี ดำ แทนสีสว่างๆ(เช่นสีขาว ฟ้า ฯลฯ)อย่างงี้อะค่ะก็ช่วยลดการกินไฟได้เยอะแล้วค่ะ

   ใส่ใจเรื่องอาหารการกิน - เลือกบริโภคของที่เป็นธรรมชาติและผ่านกระบวนการผลิตน้อยที่สุด เช่น

 - เลือกกินน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม เพราะน้ำอัดลมมีกระบวนการผลิตมาก(สำหรับคนที่อยากสูงหรือกระดูก/ฟันไม่แข็งแรงแนะนำอย่าดื่มน้ำอัดลมค่ะเพราะน้ำอัดมมีสารคาร์บอนิกค์ขับแคลเซียมออกจากร่างกายค่ะ)

 - เลือกกินน้ำที่บรรจุในขวดแก้วแทนขวดพลาสติกเพราะขวดแก้วสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

 - กินอาหารสดแทนอาหารกระป๋อง

 - ซื้อของสดแทนของแช่แข็ง

 - กินเนื้อวัวให้น้อยลงเพราะลมหายใจและผายลมของวัวเป็นก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซอีกหนึ่งซึ่งทำให้โลกร้อนการกินเนื้อวัวมากจะส่งผลทางอ้อม ที่นิวซีแลนด์ก๊าซมีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีปัญหามากที่สุด

          ประหยัดพลังงานในบ้านของเรา

 - เปิดม่านรับแสงธรรมชาติบ้างแทนที่จะเปิดไฟนีออนอย่างเดียวในเวลาที่มีแสงจากธรรมชาติมากพอ เช่น เช้า-บ่าย

 - เลือกใช้หลอดประหยัดไฟ (หลอดตะเกียบ)

 - ปิดไฟก่อนออกจากห้องหรือเมื่อไม่ใช้แล้ว

 - ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกเสมอเมื่อไม่ใช้งาน(ยกเว้นตู้ย็นนะค่ะ)เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าจะมีกระแสไฟฟ้าไหลเข้าเสมอ

 - ไม่เสียบปลั๊กกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าตลอดเวลา ควรถอดปลั๊กเมื่อใช้เสร็จแล้ว *ยกเว้น*ถ้าต้องใช้น้ำเป็นระยะๆทั้งวันการเสียบทิ้งไว้จะประหยัดไฟกว่า

 - อย่านำสิ่งใดๆมาปิดทับช่องไอน้ำของกระติกน้ำร้อน/หม้อหุงข้าว

 - ไม่ควรตั้งกระติกน้ำร้อนไว้ในห้องปรับอากาศเพราะจะทำให้เปลืองไฟยิ่งขึ้น

 - ปิดโทรทัศน์เมื่อไม่มีคนดู หรือ ตั้งเวลาปิดเอาไว้

 - อย่าเสียบปลั๊กโทรทัศน์ทิ้งไว้เพราะทีวีมีไฟฟ้าหล่อเลี้ยงระบบภายในอยู่ตลอดเวลาเหมือนเครื่องเล่นซีดี

 - ถ้าดูรายการเดียวกันควรดูโทรทัศน์เพียงเครื่องเดียว

 - ไม่ควรปรับจอภาพให้สว่างเกินไปเพราะจะทำให้ส้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น

 - หมั่นทำความสะอาดฝุ่นที่เครื่องปรับอากาศอยู่เสมอ

 - เลือกเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีถังน้ำในตัวเครื่องและมีฉนวนหุ้มลดการใช้พลังงานได้ 10 -20 %

ประหยัดพลังงานในการเดินทาง

- นำสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากรถไม่ควรบรรทุกของหนักเกินไป

- ใช้รถให้เหมาะกับสภาพการเดินทาง เช่นถ้าเดินทางในเมืองก็ใช้เครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็ก

- เติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนเหมาะกับเครื่องยนต์ "ขับ91เติม91"

- ไม่ควรเร่งเครื่องให้มีความเร็วรอบสูงก่อนออกจากรถ

- ออกรถไปอย่างช้าๆทันที แทนการจอดอุ่นเครื่องอยู่กับที่

- อย่าติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ถ้าไม่ได้ขับ ติดเครื่องไว้5นาทีเปลืองน้ำมัน100ซีซี

- ขับรถด้วยความเร็มสม่ำสมอและไม่เกิน 90 กม./ชม.

- ใช้เกียร์ใก้สัมพันธ์กับความเร็วของเครื่องยนต์

- ไม่ควรเลี้ยงคลัตช์ในขณะขับ

- เปิดแอร์ขณะขับรถตามความจำเป็น และปิดแอร์ก่อนถึงที่หมาย 2-3 นาที

- ถือ นโยบายทางเดียวกันไปด้วยกัน

-หมั่นตรวจสอบสภาพลมยางเสมอ

- เช็คลมยางก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง

- ทำความสะอาดไส้หรองอากาศทุก 2500 กม.หรือทุก1เดือนและควรเปลี่ยนใหม่เมื่อครบ 20,000 กม.

- พยายามเดินทางโดยรถขนส่งมวลชน(คันเดียวไปหลายคน)

มาถึงวันนี้ ได้มีนักวิทยาศาสตร์ทำการวิเคราะห์เอาไว้แล้วว่า โลกอาจจะไม่อยู่เป็นนิรันดร์ โดยอาจจมีอายุได้มากที่สุดไม่เกิน 4-5พันล้านปี เมื่อถึงเวลานั้น ดวงอาทิตย์จะเผาผลาญไฮโดรเจน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงในตัวเองจนหมดไปพร้อมทั้งขยายตัวขึ้นพร้อมทั้งเผาไหม้บรรดาดาวเคราะห์ที่หมุนวนอยู่รอบๆ รวมทั้งโลกให้สูญสลาย จุดจบเช่นนี้ช่างหน้าขนพองสยองเกล้า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเก็บมาหมกมุ่นครุ่นคิดเสียแต่ตอนนี้
    สิ่งที่เราต้องระแวดระวังจริงๆนั้น มิใช่กฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขทางธรรมชาติแต่เป็นความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ด้วยเหตุที่มนุษย์ไม่ยอมปรับตนเองให้เข้ากับธรรมชาติแต่พยายามดัดแปลงธรรมชาติให้เข้ากับวิถีชิวิตของตนเองอยู่ตลอดเวลาความเห็นแก่ตัวอย่างยิ่งยวดนี้อาจจะทำให้โลกถึงกาลวิบัติเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณืไว้ในเวลาไม่ถึง 100 ปี หรือบางทีอาจจะเร็วกว่านั้นโดยไม่ต้องรอการเผาไหม้จากดวงอาทิตย์
    ตอนนี้มนุษย์กำลังดำเนินการทำลายล้างโลกอย่างรีบเร่งด้วยการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลือง เผาผลาญเชื้อเพลิงอย่างไม่แยแสครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งเป็นของโลกจับจองผืนดินผืนน้ำและใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้เสมือนตนเองมีสิทธิโดยชอบ ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดการทำลายโลกครั้งใหญ่หายนะกำลังฟักตัวอยู่ในเปลือกแห่งความเจริญก้าวหน้า และค่อยๆเผยโฉมหน้าออกมาเยี่ยมเยียนมนุษย์โลกในฐานะมหันตภัยร้ายจาก"ภาวะโลกร้อน"    นี่เป็นข้อความจากหนังสือเรื่องมหันตภัยโลกร้อน เรื่องจริงที่คุณต้องรู้
ถ้าคุณลองไปหาอ่านดู  คุณจะได้รู้ความจริงมากกว่าที่อ่านอยู่นี้อีก

 ลองฟังบทเกริ่นนำเพียงสั้นๆของนิตยสาร เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิค ฉบับเดือนกันยายน 2547 จากบทความไตรภาค "มหันตภัยแห่งอนาคต:สัญญาณเตือนภัยจากปรากฏการณ์โลกร้อน"

                            "ระดับคาร์บอนไดออกไซค์สูงขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น ธารน้ำแข็งละลาย มหาสมุทรร้อนขึ้น ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น น้ำแข็งทะเลบางลง ชั้นดินเย็นแข็งตัวละลาย เกิดไฟป่าบ่อยขึ้น ทะเลสาบเล็กลง หิ้งน้ำแข็งละลาย ทะเลสาบจับตัวเป็นน้ำแข็งช้าลง แห้งแล้งยาวนาน ธารน้ำแข็งในภูเขาเหือดแห้ง ปริมาณหยาดน้ำฟ้าเพิ่มมากขึ้น ฤดูหนาวไม่หนาวจัด ฤดูใบไม้ผลิมาถึงเร็วขึ้น ฤดูใบไม้ร่วงมาถึงช้าลง ต้นไม้ออกดอกเร็วขึ้น ช่วงเวลาอพยพเปลี่ยนแปลง ถิ่นอาศัยเปลี่ยนไป นกทำรังเร็วขึ้น โรคภัยไข้เจ็บลุกลาม ปะการังฟอกขาว การทับถมของหิมะลดลง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกหายไป พืชและสัตว์ต่างถิ่นรุกราน แนวชายฝั่งสึกกร่อน ป่าในขตภูเขาสูงแห้งแล้ง อุณหภูมิในเขตละติจูดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว...."

                      คำกล่าวเหล่านี้ไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงเลย เพราะบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น บางอย่างเริ่มเกิดขึ้นและบางอย่างได้เกิดไปแล้ว โดยที่ทั้งหมดเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน ซึ่งมนุษย์เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมนักวิทยาศาสตร์จึงพร้อมใจกันยกภาวะโลกร้อน ให้เป็นมหันตภัยอันดับที่ 1 ของโลกเพราะหากย้อนกลับไปดูมหันตภัยอันดับ 2-6 แล้วจะเห็นว่าเหตุการณ์เหล่านั้นยังไม่เกิดขึ้น และอาจป้องกันได้หากมีวิทยาการที่ก้าวหน้าเพียงพอ ส่วนมหันตภัยอันดับ 7 แม้จะป้องกันหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่โอกาศเกิดก็มีน้อยมาก ในขณะที่มหันตภัยอันดับ 1 หรือภาวะโลกร้อนได้เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่มนุษย์รู้จักการเผาไหม้เชิ้อเพลิง และนับวันจะเลยร้ายลงเรื่อยๆด้วยการเพิ่มอัตราการเผาไหม้ มิหนำซ้ำยังตัดไม้ทำลายป่า ลดปริมาณต้นไม้ที่ช่วยทำลายก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ 

                    อาจกล่าวได้ว่า ภาวะโลกร้อน เป็นผลงานที่มนุษย์ตั้งใจทำขึ้นโดยไม่รู้ตัว และด้วยเหตุที่ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยฉับพลัน จึงทำให้คนไม่สามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ทันที และยังดำเนินชีวิตด้วยการทำร้ายโลกต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่เฉลียวใจเลยว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นการเร่งใหโลกข้าสู่หายนะเร็วขึ้นทุกขณะ  ทว่าหากเราตระหนักถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นเสียตั้งแต่ตอนนี้ เราก็ยังมีเวลาเยียวยาโลกของเราอยู่ โดยเริ่มจาก หันมาสนใจช่วยเรื่องภาวะโลกร้อนกันอย่างจริงจัง เพราะโลกไม่ใช่ของใครเราตังหากที่เป็นของโลก ไม่มีโลกย่อมไม่มีเรา ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะต้องช่วยกันรักษาโลกให้น่าอยู่ และอยู่ได้ ตลอดไป...........

มหันตภัยล้างโลก

posted on 30 Apr 2008 23:14 by with-you

                                เมื่อเดือนสิงหาคม 2549 รายการโทรทัศน์ ABC News ของสหรัฐอเมริกา ได้จัดอันดับมหันตภัยร้ายแรงที่คนอาจต้องเผชิญในอนาคต 7 อันดับคือ

1. ภาวะโลกร้อน

2. โรคระบาด

3. สงครามนิวเครียร์

4. ดาวเคราะห์น้อยชนโลก

5. อภิมหาภูเขาไฟ

6. เครื่องจักรมีความคิด

7. การแผ่รังสีแกมมาจากการยุบตัวของดาวฤกษ์

                         ภาวะโลกร้อน(Global Warming)หรือภาวะสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นมหันตภัยทำลายโลกที่มองเผินๆแล้วไม่น่าจะรุนแรงนักแต่กลับถูกจัดลำดับความรุนแรงและความเป็นไปได้ไว้ที่อันดับแรกสุด ด้วยเหตุผลที่ว่า แม้ภาวะโลกร้อนจะไม่ได้ทำให้โลกแตกเป็นเสี่ยงๆหรือมีระเบิดครั้งใหญ่เกิดขึ้นและคนส่วนหนึ่งก็อาจยังอยู่ได้ ทว่า ในวันที่โลกร้อนดำเนินไปถึงขีดสุด คนจะมีชีวิตอยู่บนโลกเสมือนตกนรกทั้งเป็นและไม่รู้จักกับความสุขอีกเลย

                        ภาวะโลกร้อนทำได้ถึงขนาดนั้นจริงหรือ.........ถ้าอย่างนั้นลองมาดูความยุ่งยากของแท้ ที่เกิดจากภาวะโลกร้อนกันค่ะ เช่น เมื่อ 1-2 ปีก่อน เกิดพายุถล่มญี่ปุ่น ไต้หวัน รวมถึงภัยธรรมชาติสาหัสสากรรจ์ที่สุดในปรวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา เมื่อโดนพายุเฮอริเคนพัดถล่มมากกว่า 20 ลูก ซึ่งในจำนวนนี้ก็มีพายุเฮอริเคน "แคทรีนา" อันโด่งดังรวมอยู่ด้วยเพราะว่าพายุลูกนี้มีความรุนแรงสูงสุดระดับ 5 มีความเร็วกว่า211กม./ชม.ทำให้คนเสียชีวิตถึง 1,300 คน และทรัพย์สินเสียหายกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐ  ฯลฯ

                        นอกจากนี้ยังมีภัยจากน้ำท่วมที่พาเหรดเข้ามาสร้างความเสียหายมหาศาลในพื้นที่ทั่วโลกอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ประเทศจีน ซึ่งทำให้คนเสียชีวิตกว่า 500 คน สูญหายกว่า 200 คน และกว่า 2.5 ล้านคนไร้ที่อยู่อาศัย รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติเกือบทั่วทุกภูมิภาคอย่างรุนแรงและครอบคลุมอาณาเขตวิบัติมากกว่าเดิม...... 

อ้างอิงจาก...หนังสือมหันตภัยโลกร้อน(ซื้ออ่านกันนะค่ะช่วยให้รู้ได้มากเลยค่ะ)

                                  สวัสดีค่ะ เพื่อนๆทุกๆคน^^ตอนนี้ทุกๆคนก็คงรู้สึกเหมือนกับเราใช่ไหมค่ะว่าอากาศของโลกเรานั้นชักจะร้อนขึ้นๆทุกๆวัน และเราเชื่อว่าทุกคนเองก็คงจะรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้มันเป็นอย่างนี้.......นั่นก็คือสาเหตุจาก มหันตภัยโลกร้อน(Global warming)ไงละค่ะ

                                    ถึงจะรู้สาเหตุแล้วว่าเกิดขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่างๆออกมาในการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ เช่น การปล่อยควันของท่อไอเสียจากรถยนต์ การปล่อยควันจากโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ แต่ว่าเราทุกคนได้คิดที่จะช่วยกันลดภาวะโลกร้อนอย่างจริงจังกันหรือยังค่ะ? ถ้ายังล่ะก็เราควรรีบทำตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลยล่ะค่ะ เพราะว่าทุกคนคงทราบนะค่ะว่าการช่วยโลกร้อนประหยัดไฟ/น้ำ ถ้ามีคนทำเพียงแค่คนเดียวก็คงจะไม่มีผลอะไร แต่ถ้าพวกเราช่วยกันทำทั่วประเทศก็จะเป็นผลดีแน่นอนค่ะ ก่อนอื่นเราจะค่อยๆให้ทุกคนรู้จักกับการเกิดภาวะโลกร้อนที่ร้ายแรงกว่าที่พวกคุณคิดและกำลังเริ่มต้นเกิดขึ้นอยู่ ณ ตอนนี้ กันก่อนนะค่ะ แต่เนื่องจากวันนี้ก็เป็นการทำ Blog ครั้งแรกเพื่อต้องการให้ทุกคนได้ช่วยกันลดภาวะโลกร้อนกันนั้นนะค่ะ เราเลยจะเอาวิธีช่วยลดภาวะโลกร้อนมาให้ทำกันคร่าวๆก่อนนะค่ะ

วิธีลดโลกร้อนแบบง่ายๆ

1. เปลี่ยนสีหน้าจอ BG ของคอมฯให้เป็นสีดำหรือสีทึบๆ

เพราะกินไฟน้อยกว่าสีสว่างๆอย่างสีขาวโดยเฉพาะสีดำกินไฟน้อยที่สุด

2. เมื่อไม่ใช้น้ำช่วยกันปิดน้ำให้สนิท

3. ประหยัดไฟ ปิดไฟเวลาออกจากห้องหรือปิดไฟดวงที่ไม่ใช้เสมอ

4. ใช้ถุงผ้า ไม่ต้องง้อถุงพลาสติก(ค่อยๆช่วยๆกันทำไปจนชินนะค่ะ)

5. ประหยัด แอร์ อยู่บ้านเดียวกันนอนด้วยกันไม่ต้องเปิดแอร์หลายๆตัว

6. กระดาษใช้ให้คุ้ม 2 หน้า (เพราะมีกระบวนการผลิตเยอะที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก) 

7. ช่วยกันปลูกต้นไม้เพิ่มออกซิเจนนะค่ะ

 ก็เอาคร่าวๆไปช่วยกันทำให้ได้ก่อนนะค่ะแล้วจะพิมพ์มาลงให้อ่านกันอีกนะค่ะ

หวังว่าคงจะมีคนอ่านแล้วทำตามช่วยกันลดภาวะโลกร้อนกันนะค่ะ!

เพื่อโลกที่น่าอยู่ของเรา! ขอบคุณมากค่ะ!